ลงทะเบี

การเงินเชิงพฤติกรรม

ความสนใจเกี่ยวกับจิตวิทยาการเทรดนั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าแปลกใจ เนื่องด้วยการเทรดจัดเป็นกิจกรรมที่ท้าทายโดยธรรมชาติ กล่าวคือเป็นกิจกรรมที่สามารถกระตุ้นให้

เกิดความเครียดและความวิตกกังวลในระดับสูงได้อย่างไม่น่าเชื่อ หากเราไม่จัดการรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ อารมณ์เหล่านั้นก็จะพรั่งพรูมาสู่กระบวนการตัดสินใจ ซึ่งหลายต่อหลายครั้งนั้นส่งผลในเชิงลบ

ทั้งนี้พฤติกรรมจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เช่นเดียวกับสิ่งกระตุ้นหรือความเครียด ซึ่งส่งผลให้เกิดความหุนหันพลันแล่นได้ ด้วยเหตุนี้การศึกษาวิจัยในสาขา

วิทยาศาสตร์จึงได้กลายมาเป็นที่นิยมอย่างมาก และหนึ่งในสาขาย่อยของจิตวิทยาการเทรดที่กำลังกล่าวขานกันทั่วก็คือการเงินเชิงพฤติกรรม

การเงินเชิงพฤติกรรมนั้นหมายความถึงลักษณะที่จิตวิทยาและอคติของบุคคลส่งผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ในบริบทของโลกการเงิน นอกจากนี้ยังพิจารณาถึงสิ่งที่ผิดปกติในตลาดการเงินที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมเหล่านี้ เช่น ความผันผวนที่ไม่คาดคิด หรือความผันผวนอย่างรุนแรงของราคาสินทรัพย์ อันที่จริงแล้วแนวคิดนี้ถูก

นำมาใช้อย่างจริงจังจนแม้แต่ในหมู่นักวิจัยขององค์กรต่างๆ อย่างเช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ก็ได้รับมอบหมายให้เรียนรู้เกี่ยวกับการเงินเชิงพฤติกรรมเพิ่มเติม พร้อมทั้งศึกษาว่าแนวคิดนี้มีอิทธิพลต่อธุรกรรมทางการเงินในปัจจุบันอย่างไรบ้าง

เป็นที่น่าสังเกตว่า อิทธิพลของอคติต่างๆ อาจเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการเงินเชิงพฤติกรรม ซึ่งสำคัญมากในระดับที่กล่าวกันว่า มีอคติ 5 หมวดหมู่ย่อยที่อยู่เบื้องหลังผลลัพธ์ของตลาดรวมถึงผลการเทรดมากมาย ซึ่งอคติเหล่านั้นได้แก่ พฤติกรรมแห่ตามฝูงชน, ช่องว่างทางอารมณ์, พฤติกรรมเข้าข้างตนเอง, พฤติกรรมการแบ่งบัญชีในใจ,และพฤติกรรมการยึดติด เรามาสำรวจกันเลย:

หมายถึงเวลาที่เทรดเดอร์รายย่อย นักลงทุน หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางการเงินอื่นๆ เลียนแบบหรือคัดลอกพฤติกรรมของผู้คนส่วนใหญ่ในวงกว้าง (ทั้งนี้มักพบเห็นได้ในตลาดหุ้น)

หมายความถึงเวลาที่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการเงินอาศัยปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องมาเป็นเกณฑ์มาตรฐานเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจทางการเงิน

หมายความถึงกรณีที่อารมณ์หรือความเครียดกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจ ซึ่งมักนำไปสู่การตัดสินใจที่ขาดตรรกะหรือเหตุผล

คล้ายกับการเทรดตามอารมณ์ แต่แทนที่จะเป็นความกลัวหรือความวิตกกังวลที่ทำให้เกิดการเทรด กลับกลายเป็นความมั่นใจมากเกินไปในความเชี่ยวชาญหรือขอบเขตความรู้ของตน ซึ่งโดยทั่วไปนั้นจะเกิดขึ้นหากบุคคลหนึ่งมีระดับความสามารถที่รับรู้ได้ในด้านใดด้านหนึ่ง แล้วส่งผลให้พวกเขามองว่าความเชี่ยวชาญของตนเหนือกว่าผู้อื่น แม้ว่าจะไม่เป็นความจริงก็ตาม

เป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับมูลค่าที่แต่ละคนกำหนดให้กับเงินจำนวนที่เท่ากัน แนวคิดนี้ได้รับการพัฒนาโดยนักเศรษฐศาสตร์ Richard Thaler ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเกณฑ์ที่อ้างอิงมูลค่าที่คิดไว้ถือเป็นอัตวิสัยหรือความรู้สึกส่วนตัว (ซึ่งขาดความเป็นกลาง) และอาจนำไปสู่การลงทุนหรือผลการเทรดที่ไม่พึงประสงค์ได้

iconพฤติกรรมแห่ตามฝูงชน
หมายถึงเวลาที่เทรดเดอร์รายย่อย นักลงทุน หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางการเงินอื่นๆ เลียนแบบหรือคัดลอกพฤติกรรมของผู้คนส่วนใหญ่ในวงกว้าง (ทั้งนี้มักพบเห็นได้ในตลาดหุ้น)
iconพฤติกรรมการยึดติด
หมายความถึงเวลาที่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการเงินอาศัยปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องมาเป็นเกณฑ์มาตรฐานเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจทางการเงิน
iconช่องว่างทางอารมณ์
หมายความถึงกรณีที่อารมณ์หรือความเครียดกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจ ซึ่งมักนำไปสู่การตัดสินใจที่ขาดตรรกะหรือเหตุผล
iconพฤติกรรมเข้าข้างตนเอง
คล้ายกับการเทรดตามอารมณ์ แต่แทนที่จะเป็นความกลัวหรือความวิตกกังวลที่ทำให้เกิดการเทรด กลับกลายเป็นความมั่นใจมากเกินไปในความเชี่ยวชาญหรือขอบเขตความรู้ของตน ซึ่งโดยทั่วไปนั้นจะเกิดขึ้นหากบุคคลหนึ่งมีระดับความสามารถที่รับรู้ได้ในด้านใดด้านหนึ่ง แล้วส่งผลให้พวกเขามองว่าความเชี่ยวชาญของตนเหนือกว่าผู้อื่น แม้ว่าจะไม่เป็นความจริงก็ตาม
iconพฤติกรรมการแบ่งบัญชีในใจ
เป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับมูลค่าที่แต่ละคนกำหนดให้กับเงินจำนวนที่เท่ากัน แนวคิดนี้ได้รับการพัฒนาโดยนักเศรษฐศาสตร์ Richard Thaler ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเกณฑ์ที่อ้างอิงมูลค่าที่คิดไว้ถือเป็นอัตวิสัยหรือความรู้สึกส่วนตัว (ซึ่งขาดความเป็นกลาง) และอาจนำไปสู่การลงทุนหรือผลการเทรดที่ไม่พึงประสงค์ได้

อย่างไรก็ตามอคติต่างๆ ไม่ได้มีเพียงเท่านี้อย่างแน่นอน หากแต่ยังมีการระบุถึงอคติอื่นๆ ไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอคติจากการพยายามยืนยันความเชื่อของตนเอง, อคติที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์หรือการให้น้ำหนักกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้, พฤติกรรมเกลียดชังความสูญเสีย และอคติจากความคุ้นเคย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นอคติแบบใดก็ตาม แต่ละคนก็สามารถดำเนินการตัดสินใจทางการเงินได้ โดยในบริบทของการเทรดนั้นหมายถึงการวางกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิผลเพื่อลดโอกาสในการสูญเสียเงินทุน ซึ่งจะ

แตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์, ทักษะ, งบประมาณ ตลอดจนเป้าหมายต่างๆ นอกจากนี้ยังอาจรวมถึงการใช้คำสั่ง Stop-Loss และ Take Profit, การใช้การเทรดอัตโนมัติเพื่อลดผลกระทบทางอารมณ์ต่อผลลัพธ์, การกระจายพอร์ตการลงทุน, การกำหนดขนาดสถานะ และอื่นๆ อีกมากมาย